ชนิดของท่อประปา
|
- ท่อประปาเหล็กอาบสังกะสี
|
| ข้อดี มีความแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี
ทนทานต่อแรง กระแทกได้ ไม่หักงอ ทนต่อ |
| ความดันและอุณหภูมิที่สูงๆ เช่น เครื่องทำน้ำร้อน
|
| ข้อเสีย ราคาค่อนข้างแพง ถ้าใช้ไปนานๆ
อาจเกิดสนิม ได้ โดยเฉพาะที่ฝังอยู่ในดิน |
| อาจเป็นอันตราย ถ้านำน้ำในท่อ มารับประทาน
|
| - ท่อประปาพีวีซี (PVC.) |
| ข้อดี น้ำหนักเบา ราคาถูกกว่า สามารถดัดงอได้
และ ไม่เกิดสนิมน้ำในท่อจะสะอาด |
| กว่า |
| ข้อเสีย ไม่สามารถทนต่อแรงกระแทกแรงๆ
ได้ ไม่ทน ต่อความดันและอุณหภูมิที่สูง |
- ชนิดของท่อพีวีซี (PVC.)
|
ท่อพีวีซี (PVC.) แบ่งตามชนิดการใช้งาน
โดยใช้สี ดังนี้
|
| 1. ท่อสีเหลือง เป็นท่อสำหรับร้อยสายไฟฟ้า
และสาย โทรศัพท์ เพราะสามารถทนต่อ |
| ความร้อนได้อย่างดี |
| 2. ท่อสีฟ้า เป็นท่อที่ใช้กับระบบน้ำ
เช่น น้ำดี น้ำเสีย และการระบาย สามารถทนแรง |
| ดันน้ำได้มากน้อยตามประเภท การใช้งาน
(มีหลายเกรด) 3. ท่อสีเทา เป็นท่อที่ใช้ |
| สำหรับการเกษตร หรือน้ำทิ้ง ก็ได้ ราคาค่อนข้างถูก
ไม่ค่อยแข็งแรง ควรจะเดินลอย |
| ไม่ควร ฝังดิน |
| - วิธีการเดินท่อประปา |
| โดยทั่วไปแล้วการเดินท่อประปาภายในบ้าน
จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ |
| 1. การเดินท่อแบบลอย คือ การเดินท่อติดกับผนัง
หรือวางบนพื้น การเดินท่อแบบนี้ |
| จะเห็นได้ชัดเจน สามารถ ซ่อมแซมได้ง่าย
เมื่อเกิดปัญหา แต่จะดูไม่สวยงาม |
| 2. การเดินท่อแบบฝัง คือ การเจาะสกัดผนัง
แล้ว เดินท่อ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ฉาบ |
| ปูนทับ หรือเดินซ่อนไว้ใต้ เพดานก็ได้
ซึ่งจะดูเรียบร้อยและสวยงาม แต่เมื่อมีปัญหา |
| แล้ว จะซ่อมแซมยาก |
| - วิธีการเดินท่อประปาในส่วนที่อยู่ใต้ดิน
|
| การเดินท่อประปาจะมีทั้งท่อส่วนที่อยู่บนดิน
และบาง ส่วนจะต้องอยู่ใต้ดิน ในส่วนที่ |
| อยู่บนดิน อาจใช้ท่อ PVC. หรือท่อเหล็กชุบสังกะสี
(GAVANIZE) ก็ได้ แต่สำหรับท่อ |
| ที่อยู่นอกอาคาร โดยเฉพาะท่อที่อยู่ใต้ดิน
บริเวณใต้อาคาร ควรใช้ท่อ PE ท่อชนิดนี้มี |
| คุณสมบัติพิเศษในการบิดงอโค้งได้ ในกรณีเดินผ่านเสาตอม่อ
หรือคานคอดิน |
| สำหรับท่อธรรมดา จะมีข้อต่อมากซึ่งเสียงต่อการรั่วซึม
และที่สำคัญเมื่อมีการทรุด ตัว |
| ของอาคาร หากเป็นท่อ PVC. หรือท่อเหล็กชุบสังกะสี
จะ ทำให้ท่อแตกร้าวได้ แต่ถ้า |
| เป็นท่อ PE จะมีความยืดหยุ่นกว่า ถึงแม้จะมีราคาที่สูง
แต่ก็คุ้มค่า เพราะถ้าเกิดการ |
| รั่วซึมแล้วจะ ไม่สามารถทราบได้เลย เพราะอยู่ใต้ดิน |
| - วิธีการใช้สต๊อปวาล์ว เมื่อติดตั้งสุขภัณฑ์
|
| โดยทั่วไปการติดระบบประปากับสุขภัณฑ์
เพียงต่อท่อ น้ำดีเข้ากับตัวเครื่องสุขภัณฑ์ก็ |
| สามารถใช้งานได้แล้ว แต่ถ้าเกิด ปัญหาที่จะต้องการซ่อมแซม
ก็จะต้องปิดมิเตอร์น้ำ |
| ด้านนอก เพื่อหยุดการใช้น้ำ ซึ่งจะทำให้ภายในบ้านทั้งหมดไม่สามารถใช้
น้ำได้ |
| ทางออกที่ดีก็คือ ให้เพิ่มสต๊อปวาล์วในบริเวณส่วนที่จ่าย
น้ำเข้ากับสุขภัณฑ์ เพื่อที่เวลา |
| ทำการซ่อมแซม สามารถที่จะปิด วาล์วน้ำได้
โดยที่น้ำในห้องอื่นๆ ก็ยังสามารถใช้งาน |
| ได้ |
| - วิธีการตรวจสอบระบบประปา |
| ตรวจสอบอุปกรณ์ภายในบ้าน โดยปิดก็อกที่มีอยู่
ทั้งหมดแล้วสังเกตที่มาตรวัดน้ำ ถ้า |
| ตัวเลขเคลื่อน แสดงว่า มีการรั่วไหลเกิดขึ้น
ซึ่งอาจเกิดจากการรั่วซึม หรือมีอุปกรณ์ |
| บางอย่างแตกหักหรือชำรุด ก็จัดการหาช่างมาแก้ไขให้เรียบ
ร้อย นอกจากภายใน |
| บ้านแล้วยังสามารถตรวจสอบการรั่ว ไหลของน้ำในเส้นท่อที่อยู่นอกบ้าน
โดยสังเกต |
| พื้นดินบริเวณ ท่อแตกรั่วนั้น จะมีน้ำซึมอยู่ตลอดเวลา
และบริเวณนั้นจะ ทรุดตัวต่ำ |
| กว่าที่อื่น นั่นคือสาเหตุที่ทำให้น้ำประปาไหลอ่อน
ลง ก็ควรแจ้งไปยังสำนักงานประปา |
| ในเขตนั้น |
| - โถส้วมชนิดนั่งยอง |
| ข้อดี ราคาถูก ประหยัดน้ำ ดูแลรักษาง่าย
ไม่มี อุปกรณ์ซับซ้อน |
| ข้อเสีย การใช้งานไม่สะดวก ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ
ดูไม่ภูมิฐาน มีแบบให้เลือกจำกัด |
| - โถส้วมชนิดนั่งราบ |
| ข้อดี ดูหรูหราน่าภูมิฐาน ใช้งานได้สะดวกสบาย
มี สีสันและแบบให้เลือกมากมาย |
| ข้อเสีย ไม่ค่อยประหยัดน้ำ มีราคาแพงกว่า
อุปกรณ์ ซับซ้อน จะมีปัญหาในการซ่อม |
| แซม และดูแลรักษา |
| - ระบบน้ำที่ใช้กับโถส้วม |
| ระบบน้ำที่ใช้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
|
| 1. ระบบใช้ถังพักน้ำ ระบบนี้เหมาะสำหรับบ้าน
ซึ่ง มีแรงดันน้ำไม่มากพอ จะชำระได้ |
| สะอาดกว่า แต่ต้องรอให้น้ำ เต็มถังก่อน
มีราคาค่อนข้างจะแพงกว่า เพราะมีระบบซับ |
| ซ้อน การซ่อมบำรุงจะยุ่งยากกว่า มีสีสันและแบบให้เลือกมากกว่า
|
| 2. ระบบฟลัชวาล์ว (FLUSH VALVE) ระบบนี้
จะเหมาะกับบ้านที่มีแรงดันน้ำสูง อาจ |
| ต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำช่วย ด้วย ไม่มีส่วนถังเก็บน้ำ
จึงทำให้ระบบไม่ซับซ้อน ดูแลรักษา |
| ง่าย ใช้งานได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอให้น้ำเต็มถังก่อน
มีราคาถูก กว่า แต่มีแบบให้เลือก |
| ไม่มากนัก และท่อน้ำต่างๆ ที่ใช้กับ
ระบบนี้ต้องใหญ่กว่า |
| - ปัญหาเสียงลมดังและราดน้ำไม่ลง
|
| เสียงที่เกิดในห้องน้ำเนื่องจากการไหลย้อนของลมและก๊าซที่เกิดจากท่อโสโครก
เมื่อ |
| การระบายอากาศไม่เพียงพอ จึงเกิดการไหลย้อนกลับของก๊าซ
จึงทำให้เกิดเสียงดัง |
| มีวิธีแก้ไขก็คือ ให้เพิ่มท่ออากาศเหนือท่อโสโครก
เมื่อน้ำไหลเข้าอากาศจากท่อ |
| โสโครก จะถูกดันออกทางท่ออากาศสูงเบื้องบนทำให้การระบายอากาศเพียงพอ
ลม |
| หรือก๊าซจะไม่ไหล ย้อนทำให้เกิดเสียงดัง
และก็จะเป็นผลทำให้การราดน้ำ ลงได้ |
| สะดวกด้วย |
| - ปัญหามีกลิ่นเหม็นและเต็มบ่อย
|
| การเกิดกลิ่นย้อน เนื่องจากข้องอที่เก็บน้ำสำหรับ
ดักกลิ่นของส้วมแตกชำรุด ทำให้น้ำ |
| ไหลออกไปหมด กลิ่น เหม็นจึงย้อนขึ้นมา
วิธีแก้ไขก็คงต้องซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ |
| ตัวใหม่เลย ส่วนกรณีส้วมเต็มบ่อย อาจเกิดจากขนาดของบ่อ
เกรอะบ่อซึมเล็กเกินไป |
| หรือบ่อซึมอยู่ในบริเวณที่มีน้ำมาก และในกรณีที่บ่อเกรอะใช้เครื่องกล
ก็อาจลืมเสียบ |
| ปลั๊กก็ได้ |
| - ส้วมสำเร็จรูป |
| วิธีการก็คือ ใช้การอัดออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงแบคที
เรียเพื่อทำปฏิกริยาทางชีวเคมี ให้ |
| น้ำเสียกลายเป็นน้ำดีวิธีนี้จะทำให้ไม่เกิดกลิ่นเหม็นส่วนกากตะกอนก็จะทำปฏิกริยา
|
| ย่อยสลายตัวเองไปเรื่อยๆด้วยวิธีนี้จึงไม่ต้องสูบส้วมบ่อยๆเหมือนกับ
ระบบบ่อเกรอะ |
| บ่อซึม เพราะสามารถทำลายตะกอนด้วยตนเองเพียงแต่ใช้
เครื่องอัดอากาศเข้าไป |
| ช่วยให้เกิดปฏิกริยาเท่านั้น |
| - บ่อดักไขมันสำเร็จรูป |
| บ่อดักไขมันสำเร็จรูป สามารถต่อเข้ากับท่อน้ำทิ้ง
ที่มาจากห้องครัว และส่วนซักล้างได้ |
| เลย ผลิตจากไฟเบอร์กลาส จึงมีความทนทานไม่รั่วซึม
สามารถดักไขมันได้มากกว่า |
| 60 % การทำงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
|
| 1. ท่อน้ำเข้า เมื่อน้ำเสียไหลสู่บ่อดักไขมัน
จะมี ตะแกรงสแตนเลส ดักเศษอาหารและ |
| คราบไขมัน |
| 2. ส่วนแยกไขมัน เมื่อน้ำเสียเข้าสู่ส่วนนี้จะช้าลง
ทำให้ไขมันลอยตัวสู่ผิวหน้า |
| 3. ส่วนระบายไขมัน เมื่อไขมันแยกจากน้ำเสีย
ก็ จะสามารถระบายไขมันทิ้งได้ โดย |
| น้ำที่เหลือก็จะระบายสู่ ท่อสาธารณะต่อไป |
| - ถังเก็บน้ำใต้ดิน |
| ถ้าไม่จำเป็นจริงๆไม่ควรทำถังใต้ดิน
ควรจะวางบนพื้นดินจะดีกว่า แต่ถ้าไม่มีที่จริงๆ |
| ก็ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะการ ทรุดตัวของถังน้ำใต้ดินกับตัวอาคารจะไม่เท่ากัน |
| เพราะถัง น้ำใช้เข็มสั้น ดังนั้นท่อน้ำต่างๆที่ต่อไว้ก็อาจแตกได้และข้อ
สำคัญเราไม่มี |
| สิทธิ์จะรู้ได้จนกว่าบิลค่าน้ำจะมาเก็บ |
| - ถังเก็บน้ำบนดาดฟ้า |
| โดยปกติถ้าบ้านมีพื้นที่สำหรับวางถังไว้ด้านล่างแล้ว
ปั๊มน้ำขึ้นไปใช้ก็สามารถทำได้ |
| เพราะไม่ต้องใช้กำลังในการ ปั๊มมากนัก
แต่ถ้าบ้านมีหลายชั้นและมีพื้นที่บริเวณดาด |
| ฟ้า ก็ ควรนำถังไว้บนดาดฟ้า แล้วปั๊มน้ำไปเก็บไว้ด้านบนแล้วปล่อย
ลงมาตามแรง |
| โน้มถ่วง ซึ่งจะทำให้ปั๊มน้ำตัวล่างไม่ต้องทำงาน
ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ควรระวังสำหรับ |
| การติดตั้งถังเก็บน้ำบนดาด ฟ้าก็คือ
ตำแหน่งที่ติดตั้ง เพราะควรอยู่ในที่ลับหูลับตา |
| เพราะ จะทำให้อาคารขาดความงาม แล้วที่สำคัญต้องเตรียมโครงสร้าง
ไว้รองรับด้วย |
| - ความแตกต่างของเครื่องทำน้ำอุ่นกับน้ำร้อน
|
| เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องชนิดนี้จะทำได้แค่น้ำอุ่นเท่านั้น
จะมีจุดจ่ายน้ำเพียงจุดเดียว |
| เช่น ฝักบัวอาบน้ำ ไม่มีการแยกก็อกน้ำร้อนและน้ำเย็นราคาจะถูกกว่า
เครื่องทำน้ำ |
| ร้อนจะทำให้น้ำร้อนได้เร็วและเป็นจำนวนมาก
จะใช้กับอ่างอาบน้ำและอ่างล้างมือ มี |
| หลายจุดก็ได้ การจ่ายน้ำจะแยกออกเป็นก็อกน้ำร้อนและน้ำเย็น
เวลาใช้ต้องเปิด ทั้ง |
| 2 ก็อกเพื่อให้น้ำผสมกัน ท่อสำหรับน้ำร้อนต้องเป็นท่อโลหะเพราะมีความร้อนมาก
|
| ราคาค่อนข้างแพง |
| |