| - วิธีการเดินสายไฟฟ้า |
| ประเภทแรกคือ การเดินสายไฟบนผนังหรือที่เรียกว่า
เดินลอย วิธีนี้ค่าใช้จ่าย |
| ถูกกว่า แต่จะมองเห็นสายไฟบนผนัง ไม่ค่อยเรียบร้อย
การตกแต่งห้องลำบากกว่า |
| แต่สามารถตรวจ สอบความเสียหายได้ง่าย
รวมทั้งการเปลี่ยนสายไฟก็ง่าย เพราะ |
| มองเห็น ประเภทที่สองคือ การเดินผ่านท่อซึ่งฝังในผนังอาคารหรือที่เรียกว่า
เดินร้อย |
| สายผ่านท่อ วิธีนี้จะได้งานที่เรียบร้อยเพราะมองไม่เห็นจากภายนอก
ท่อสายไฟจะฝัง |
| อยู่ในผนัง ต้อง ทำพร้อมการก่อสร้างอาคาร
การตกแต่งห้องจะง่ายกว่าและมีท่อ |
| ป้องกันสายไฟไว้ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบแรก
การติดตั้งก็ยุ่งยากกว่ารวมถึงการตรวจ |
| สอบและการเปลี่ยนภายหลังก็ทำได้ ลำบากกว่าแบบแรก |
| - ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน |
| ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ควรแยกวงจรเป็นส่วนๆ
ไว้ เช่น แยกตามชั้นต่างๆ หากเกิด |
| ไฟฟ้าขัดข้องขึ้นที่ชั้นไหน ก็ สามารถสับคัตเอาท์ปิดไฟเฉพาะส่วนชั้นนั้น
เพื่อซ่อม |
| แซมได้ และที่สำคัญส่วนห้องครัว ควรแยกวงจรไว้ต่างหาก
ด้วย เวลาไม่อยู่บ้าน |
| นานๆ จะได้ปิดไฟทั้งหมด เหลือเฉพาะ ส่วนครัวไว้ตู้เย็นในครัวจะใช้งานได้
อาหาร |
| ต่างๆ จะได้ไม่เสีย |
| - ปัญหาของสายไฟฟ้า |
| ตามปกติทั่วไปสายไฟฟ้าจะมีอายุการใช้งานประมาณ
7-8 ปี แต่เมื่อมีการตรวจเช็ค |
| และพบว่าฉนวนที่หุ้มสายไฟ เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองและเริ่มกรอบแตก
ก็สมควรที่ |
| จะ เปลี่ยนสายไฟใหม่ โดยไม่ต้องรอให้หมดอายุก่อน
เพราะ อาจลัดวงจร และทำให้ |
| เกิดเพลิงไหม้ได้ สายไฟฟ้าควรเดินอยู่ในท่อร้อยสายไฟ
เพื่อป้องกัน ฉนวนที่หุ้ม |
| สายไฟไม่ให้ขีดข่วนชำรุด โดยเฉพาะสายไฟที่เดิน
อยู่ภายนอกบ้าน เช่น ไฟรั้ว |
| สนาม หรือกระดิ่งที่ติดอยู่หน้า บ้าน
ส่วนใหญ่จะไม่มีท่อหุ้ม เมื่อโดนแดดโดนฝน |
| นานๆ ก็จะ รั่วได้ เป็นอันตรายมาก ควรหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ
หรือถ้า เปลี่ยนเป็น |
| แบบเดินท่อก็จะปลอดภัยกว่า ที่สำคัญเวลามีปัญหา
อย่าซ่อมไฟฟ้าเอง ควรตามผู้รู้ |
| หรือช่างมาซ่อมจะดีกว่า |
| - ชนิดของหลอดไฟ |
| หลอดไฟที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมี 2 ประเภท
คือ |
| หลอดอินแคนเดสเซนต์ หรือหลอดแบบมีไส้
ทำงาน โดยการปล่อยกระแสไฟเข้าสู่ขด |
| ลวด เพื่อให้เกิดความร้อน แล้วเปล่งแสงออกมา
หลอดชนิดนี้จะกินไฟมาก มีอายุการ |
| ใช้งานประมาณ 750 ชม. หลอดอีกประเภท
คือ |
| หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือ หลอดนีออน
เป็นหลอดที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะ |
| มีประสิทธิภาพสูง มีราคาสูง (การทำงานซับซ้อนกว่าจะได้แสง
มา) มีอายุการใช้งาน |
| ประมาณ 8,000 ชม. |
| - ชนิดของโคมไฟ |
| ชนิดของโคมไฟแบ่งตามชนิดของการใช้งานได้
ดังนี้ |
| โคมส่องห้องโดยทั่วไป จะเป็นโคมที่ติดบนฝ้าเพดาน
หรือผนังก็ได้ ความสว่างจะ |
| ปานกลาง เพื่อให้เห็นห้องโดยทั่ว ไปรวมถึงทางเดินและบันไดด้วย
|
| โคมส่องเฉพาะจุด จะมีความสว่างมากกว่า
จะใช้ส่อง เฉพาะจุดที่จะเน้นความสำคัญ |
| เช่น รูปภาพ ต้นไม้ หรือจุดที่ ต้องทำงานเป็นพิเศษ
เช่น มุมอ่านหนังสือ ส่วนทำงาน |
| หรือ เตรียมอาหาร |
| โคมสำหรับตั้งพื้น จะมีความสว่างน้อยที่สุด
จะใช้เพื่อ นั่งพักผ่อน ดูทีวี ฟังเพลง ห้อง |
| นอน เพื่อบรรยากาศที่ดี ไม่ ต้องการแสงสว่างมารบกวนมากจนเกินไป |
| - ระบบไฟฟ้าในห้องน้ำ |
| สำหรับห้องน้ำขนาดกลางโดยทั่วๆไป จะมีขนาด
ประมาณ 4-6 ตารางเมตร ควรจะมีไฟ |
| ส่องสว่างประมาณ 2 จุด จุดแรกที่หน้ากระจกติดกับอ่างล้างหน้า
ส่วนที่สอง ควรอยู่ |
| กลางห้องบริเวณส่วนที่อาบน้ำ แต่ต้องระวังไม่ให้ต่ำ
ลงมาจนถูกน้ำกระเด็นโดนได้ |
| ส่วนปลั๊กควรอยู่ในระดับที่ สูงพอจะใช้งานได้สะดวก
เช่น ใช้สำหรับที่เป่าผม หรือที่ |
| โกนหนวด และควรจะใช้ชนิดมีฝาปิด เพื่อไม่ให้โดนน้ำ
และที่สำคัญสวิทซ์ปิด-เปิด |
| ควรอยู่นอกห้อง และระบบวงจร ไฟฟ้าของห้องน้ำควรมีเบคเกอร์ตัด
เมื่อเกิดไฟฟ้า |
| ช็อตด้วย |
| - หลอดไฟฟ้า "ฮาโลเจน" |
| หลอดไฟแบบ "ฮาโลเจน" จะให้แสงสีขาวนวล
มี ความสว่างมากกว่าหลอดแบบอิน |
| แคนเดสเซนต์ในกำลังวัตต์ ที่เท่ากัน
จึงทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้ามากกว่า แต่หลอดฮา |
| โล- เจนจะมีราคาสูงกว่า ประโยชน์ใช้สอยที่เหมาะสมกับหลอด
ประภทนี้ได้แก่ ใช้ไฟ |
| ส่องที่โต๊ะทำงาน ปฏิมากรรม และภาพ เขียนประดับผนังต่างๆ
ทำให้งานดูโดดเด่นขึ้น |
| - ประโยชน์และชนิดของ "ฟิวส์"
|
| "ฟิวส์"เป็นเครื่องป้องกันกำลังของกระแสไฟฟ้าที่เกินขนาดหรือเกิดการลัดวงจร
|
| แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ |
| แบบที่ 1 ฟิวส์เส้น จะมีลักษณะเป็นเส้นเปลือยใช้ต่อ
เชื่อมในวงจร เมื่อเกิดการลัด |
| วงจร ฟิวส์เส้นนี้จะขาด |
| แบบที่ 2 ฟิวส์หลอด จะมีลักษณะเป็นหลอดกระเบื้อง
เมื่อเกิดการช็อตจะทำให้เกิด |
| ประกายไฟ ภายในบรรจุสารเคมี เพื่อป้องกันการสปาร์ค
จะดีกว่าแบบแรก |
| แบบที่ 3 ปลั๊กฟิวส์ จะมีลักษณะคล้ายหลอดเกลียว
ใช้โดยวิธีหมุนเกลียวเข้าไป มี |
| ลักษณะการทำงานเหมือนแบบที่ 2 แต่จะไม่เกิดประกายไฟ |
| - วิธีการประหยัดไฟฟ้า |
| ข้อควรปฏิบัติเพื่อการประหยัดไฟฟ้ามี
ดังนี้ |
| 1. ปิดสวิทซ์เมื่อไม่ใช้งาน หรือเมื่อออกจากห้องถึงแม้
ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ตาม 2. ใช้ |
| หลอดไฟฟ้าวัตต์ต่ำ ควรตรวจดูความเหมาะสม
ของห้อง เช่น ห้องกว้างควรใช้หลอด |
| ฟลูออเรสเซนต์ 36 วัตต์ หรือห้องเล็กก็ใช้
18 วัตต์ ควรใช้แสงสว่างเท่าที่จำเป็น 3. |
| หมั่นทำความสะอาดหลอดไฟและโคมไฟอยู่
เสมอ เพราะละอองฝุ่นที่เกาะอยู่จะทำให้ |
| แสงสว่างลดน้อยลง และอาจเป็นสาเหตุให้ท่านต้องเปิดไฟหลายดวงเพื่อให้แสง
สว่าง |
| พอเพียง สำหรับหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่มีขายในท้อง
ตลาด ปัจจุบันมีชนิดที่มี |
| ประสิทธิภาพสูง คือ ขนาด 18 วัตต์ และ
36 วัตต์ ซึ่งให้แสงสว่างเท่ากับหลอดอินแคน |
| เดสเซนต์ ขนาด 20 วัตต์ และ 40 วัตต์
แต่กินไฟน้อยกว่า |
| |